1. Skip to Menu
  2. Skip to Content
  3. Skip to Footer>
header

ชีวประวัติ ดร. ตั้ว ลพานุกรม

headerreverse

 

           ดร.ตั้ว ลพานุกรม เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2441 ที่บ้านตำบลถนนอนุวงศ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนคร บิดาชื่อ นายเจริญ ลพานุกรม มารดาชื่อ นางเนียร ลพานุกรม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 5 คน คือ

1. หลวงลพานุกรมพิพัฒน์ (โต ลพานุกรม)

2. พระดุลยกรมนราธร (ใหญ่ ลพานุกรม)

3. ดร.ตั้ว ลพานุกรม

4. คุณหญิงมานวราชเสวี (ศรี สงขลา)

5. นายศุจิน ลพานุกรม

 

ด้านการศึกษา

พ.ศ. 2449 - 2453 ศึกษาวิชาสามัญที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ และโรงเรียนราชวิทยาลัย

พ.ศ. 2453  รับพระราชทานทุน จากสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ไปศึกษาต่อวิชาสามัญ ที่เมืองฟัลเก็นแบร์ก (Falkenberg) แคว้น มาร์ค (Mark) ประเทศเยอรมนี  

พ.ศ. 2460  ถูกจับเป็นเชลยศึกที่ประเทศเยอรมนี เนื่องจากประเทศไทยประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ระหว่างถูกกุมขังได้ศึกษาวิชาภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส อังกฤษ คณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ นอกจากนี้ยังได้ฝึกฝนการเล่นเครื่องดนตรีคือ ขลุ่ยฝรั่ง

พ.ศ. 2461  เดินทางไปประเทศฝรั่งเศส เพื่ออาสาสมัครเป็นทหารในกองรถยนต์ไทยที่ไปในงานพระราชสงคราม ณ ทวีปยุโรป ทำหน้าที่เป็นล่ามภาษาฝรั่งเศสและเยอรมัน ต่อมาได้รับยศเป็นจ่านายสิบในกองรถยนต์ไทย และได้รับเหรียญดุษฎีมาลาของรัฐบาลฝรั่งเศส และเดินทางกลับประเทศไทยพร้อมกับกองทหารอาสา  

พ.ศ. 2462  ได้กลับเข้าศึกษาต่อโดยทุนสมเด็จพระราชบิดาฯอีกครั้งหนึ่ง

พ.ศ. 2465 ศึกษาวิชาเคมีในมหาวิทยาลัยกรุงเบิร์น และมหาวิทยาลัยแห่งเจนีวา  ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้สำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาเคมีดุษฎีบัณฑิต ระดับเกียรตินิยม ที่มหาวิทยาลัยกรุงเบิร์นในปีพ.ศ. 2470 โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “The Influence of Chemical Composition on the Structure of Crystals”

พ.ศ. 2471 - 2473  ได้เข้า ศึกษาวิชาเภสัชกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งมิวนิค ประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 1 ปี และวิชาพฤกษศาสตร์ที่แผนกวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงปารีส เป็นเวลา 2 ปี

พ.ศ. 2473 ในระหว่างการเดินทางกลับประเทศไทยได้ไปดูงานเกี่ยวกับ องค์การทางวิทยาศาสตร์ ทั้งในด้านการค้นคว้า อุตสาหกรรมและการศึกษา ของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น

 

การทำงานการเมือง

พ.ศ. 2475 - 2476  ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดแรก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการราษฎร (เทียบเท่ารัฐมนตรีในปัจจุบัน ) และในวันที่ 10 ธันวาคม 2475 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรี ในคณะรัฐบาลของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา

พ.ศ. 2481  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ซึ่งมีพลตรีหลวงพิบูลสงคราม(ยศในขณะนั้น)เป็นนายกรัฐมนตรี   และได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงเศรษฐการในลำดับต่อมา

พ.ศ. 2484  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงเศรษฐกิจ ซึ่งเดิมคือกระทรวงเศรษฐการ

 

การรับราชการ

พ.ศ. 2473  เริ่มรับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยแยกธาตุชั้น 2 ศาลาแยกธาตุ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม

พ.ศ. 2474  ได้รับพระราชทานยศเป็นรองอำมาตย์เอก  

พ.ศ. 2475  ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยแยกธาตุชั้นหนึ่ง ศาลาแยกธาตุ กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม

พ.ศ. 2477  ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนักเคมี กรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเศรษฐการ และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2478  ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ กระทรวงเศรษฐการ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2478

พ.ศ. 2482  ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกตำแหน่งหนึ่ง

 

ผลงานสำคัญ

 ดร.ตั้ว ลพานุกรม เริ่มรับราชการ เมื่อปี พ.ศ.2473 ในตำแหน่งผู้ช่วยแยกธาตุชั้น 2 งานที่ทำส่วนใหญ่ ได้แก่ การแยกธาตุ วิเคราะห์วัตถุต่าง ๆ สกัดวิตามินบีจากรำข้าวแก้โรคเหน็บชา ผลิตยาบางชนิด เช่น น้ำมันกระเบาสำหรับใช้รักษาโรคเรื้อน จำหน่ายให้แก่โรงพยาบาลและประชาชน สำหรับงานที่ชอบมาก คือ งานทางด้านนิติเคมี การวิเคราะห์สาร ยาพิษ คราบโลหิต และอาวุธปืน และต่อมาเมื่อได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ ท่านได้พัฒนางานกรมวิทยาศาสตร์ โดย

ตั้งกองอุตสาหกรรมเคมี ( มีแผนกฟิสิกส์ แผนกเครื่องปั้นดินเผา แผนกเส้นใย แผนกอาหาร แผนกสุราเมรัย แผนกแร่และหิน) กองเกษตรศาสตร์ กองเภสัชกรรม และสำนักงานเลขานุกรม

ตั้งสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ เพื่อผลิตบุคลากรผู้ปฏิบัติงานวิเคราะห์ทดสอบทางเคมีดในระดับประกาศนียบัตรและอนุปริญญาบัติ เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกในเดือนตุลาคม 2480

ตั้งหอสมุดวิทยาศาสตร์ (สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปัจจุบัน) โดยมีความประสงค์ขยายเป็นหอสมุดวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ตั้งกองเภสัชกรรมและโรงงานเภสัชกรรม (องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ในปัจจุบัน)

จัดสร้างอาคารสถานปฏิบัติงานมาเป็นกรมวิทยาศาสตร์ที่ ตำบลทุ่งพญาไท (เขตราชเทวีในปัจจุบันนี้)

ออกหนังสือพิมพ์ Thai Science Bulletin เพื่อพิมพ์ผลการสืบสวนค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ออกเป็นประจำราย 3 เดือน เผยแพร่ไปทั่วโลก และยังออกหนังสือพิมพ์วิทยาศาสตร์ภาษาไทย เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และกิจการของกรมวิทยาศาสตร์แก่ประชาชนทั่วไป ท่านเป็นบรรณาธิการด้วยตนเอง 2 ปีต่อเนื่องกัน

ในปี พ.ศ. 2482 ดร.ตั้ว ลพานุกรม ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกตำแหน่งหนึ่ง ท่านได้ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเภสัชกรรมศาสตร์จากวุฒิประกาศนียบัตรเภสัชกรรม (ป.ภ.) เทียบเท่าอนุปริญญาเป็นระดับปริญญาหลักสูตร 4 ปี และสร้างอาคารเรียนถาวรของแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์เป็นครั้งแรกในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมามีการขยายงานเป็นคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และท่านยังได้ริเริ่มให้จัดตั้งโรงงานเภสัชกรรม เพื่อผลิตยาใช้ภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันคือองค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ท่านจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีคุณูปการอย่างสูงต่อวงการเภสัชศาสตร์ของประเทศไทย

 

ตำแหน่งสำคัญ

รัฐมนตรีสั่งราชการกระทรวงการเศรษฐกิจ

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์

ผู้อำนวยการสถานศึกษาเคมีปฏิบัติ

ภาคีสมาชิกในสำนักวิทยาศาสตร์แห่งราชบัณฑิตสถาน

หัวหน้าแผนกอิสระเภสัชกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประธานกรรมการอำนวยการโรงงานเภสัชกรรม

ประธานกรรมการพิจารณางานอุตสาหกรรมของรัฐบาล

กรรมการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม

นายกเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย

  

เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญราชอิสริยาภรณ์

เหรียญทองช้างเผือก

พ.ศ. 2462

 

 

 

 

เหรียญรามา

พ.ศ. 2462

 

 

 

 

เหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรป

พ.ศ. 2462

 

 

 

 

ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก

พ.ศ. 2482

 

 

 

 

เหรียญช่วยราชการเขตภายใน(การรบสงครามอินโดจีน)

พ.ศ. 2484

 

 

 

 

ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

พ.ศ. 2484

 

 

 

 

การยกย่อง

จากผลงานต่างๆของดร.ตั้ว ลพานุกรมในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศทำให้ได้การยกย่องว่าเป็น “รัฐบุรุษวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย”

 

งานอดิเรก

งานอดิเรกที่ชื่นชอบ ได้แก่ การเล่นดนตรี ขลุ่ยฝรั่ง และการภาพถ่าย เคยได้รับรางวัลในการประกวดภาพถ่ายของนักถ่ายภาพสมัครเล่น

 

อนิจกรรม

ได้ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ จนถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคไส้ติ่งอักเสบ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2484 สิริอายุ 43 ปี